บริษัท เอสเอ็นพี โพส เท็นชั่น จำกัด

เป็นบริษัทที่ดำเนินการ ออกแบบ ,ประมาณราคา พร้อมผลิตและติดตั้งงานพื้น POST TENSION รวมถึงให้คำปรึกษาทางวิชาการ โดยวิศวกรและทีมงาน ที่มีความชำนาญและมีประสบการณ์ เพื่อตอบสนองความพึงพอใจของลูกค้า ด้วยคุณภาพที่ตรงตามเวลา
จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2556 ณ ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 50,000,000 บาท เพื่อดำเนินธุรกิจหลักคือ ดำเนินการออกแบบ ,ประมาณราคา พร้อมผลิต และติดตั้งงานพื้น POST TENSION



เกร็ดความรู้ระบบพื้น Post Tension

เกร็ดความรู้ต่าง ๆ ของระบบพื้น Post Tension



เกร็ดความรู้ระบบพื้น POST TENSION

นั่งร้านกับพื้น POST TENSION

พื้น Post Tension จะรับน้ำหนักได้ตามที่ออกแบบไว้นั้น ขั้นตอนการก่อสร้างมีส่วนสำคัญเป็นอย่างยิ่ง และองค์ประกอบหนึ่งที่มีส่วนสำคัญในการก่อสร้างคือ ระบบนั่งร้านและเสาค้ำยันชั่วคราว ซึ่งหน้าที่หลักของนั่งร้านคือต้องรับน้ำหนักพื้นคอนกรีตขณะที่ยังไม่ได้ดึงลวดรวมกับน้ำหนักบรรทุกจรที่เกิดขึ้นระหว่างการก่อสร้างได้
สำหรับน้ำหนักบรรทุกจรที่เกิดขึ้นระหว่างการก่อสร้าง ในการคำนวณสามารถอ้างอิงตามมาตรฐาน ACI 347 และ ASCE 37 ได้ โดยทั้งสองมาตรฐานได้ระบุไว้ดังนี้
ACI 347 ในข้อที่ 2.2.1 ได้กล่าวไว้เกี่ยวกับน้ำหนักบรรทุกในแนวดิ่งว่า ใช้น้ำหนักบรรทุกจรไม่น้อยกว่า 50 psf (244 kg/m2) ถ้าใช้รถเข็นหรือรถลากที่มีเครื่องยนต์ให้ใช้น้ำหนักบรรทุกจรไม่น้อยกว่า 75 psf (366 kg/m2) ทั้งนี้น้ำหนักบรรทุกที่ใช้ออกแบบเมื่อรวม DL+LL จะต้องไม่น้อยกว่า 100 psf (488 kg/m2) หรือถ้าใช้รถเข็นหรือรถลากที่มีเครื่องยนต์ให้ใช้น้ำหนักรวม DL+LL จะต้องไม่น้อยกว่า 125 psf (610 kg/m2)

ASCE 37 ให้ตารางในการใช้น้ำหนักบรรทุกจรในการออกแบบ ดังนี้

เมื่อคำนวณน้ำหนักบรรทุกที่กระทำกับนั่งร้านได้แล้ว ทำให้เราสามารถเลือกวัสดุและระยะห่างของนั่งร้านที่เหมาะสมได้ ทั้งนี้ตามกฎหมายกำหนดอัตราส่วนความปลอดภัยของนั่งร้านเหล็กเท่ากับสอง และนั่งร้านไม้เท่ากับสี่ เมื่อเลือกนั่งร้านให้รับน้ำหนักจากการก่อสร้างแล้ว น้ำหนักทั้งหมดจะถ่ายผ่านนั่งร้านลงไปที่พื้นชั้นล่าง ซึ่งพื้นชั้นล่างจะต้องสามารถรับน้ำหนักที่ถ่ายลงมาได้

ยกตัวอย่างเช่น ในการเทพื้น post tension ชั้นที่ 4 หนา 0.20m และมีน้ำหนักบรรทุกระหว่างการก่อสร้าง (Construction Load) ในที่นี้กำหนดให้ประมาณ 250 kg/m2 น้ำหนักบรรทุกที่ระบบนั่งร้านต้องรับมีค่าเท่ากับ 2400x0.20 + 250 เท่ากับ 730 kg/m2 เมื่อเลือกระบบนั่งร้านและระยะห่างเพื่อรับน้ำหนักให้เพียงพอได้แล้ว ก็ต้องมาตรวจสอบพื้นชั้นที่ 3 ว่าถูกออกแบบไว้รับน้ำหนักได้เท่าไร สามารถรับน้ำหนัก 730 kg/m2 ที่ถ่ายลงมาได้หรือไม่ ถ้าพื้นชั้นที่ 3 หนา 0.20m รับ SDL 300 kg/m2 และ LL 300 kg/m2 หมายความว่า พื้นชั้นที่ 3 เมื่อดึงลวดแล้วคอนกรีตอายุครบ 28 วันจะรับน้ำหนักรวมได้ 600 kg/m2 เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวพื้นชั้นที่ 3 มีอายุคอนกรีตไม่ถึง 28 วัน จึงอาจจะไม่สามารถรับน้ำหนักได้เต็มตามที่ออกแบบไว้ ในที่นี้ตั้งสมมติฐานว่ารับน้ำหนักได้เพียง 75% (พิจารณาจากอายุของคอนกรีต) ของที่ออกแบบไว้คือ 0.75x600 = 450 kg/m2 จึงเหลือน้ำหนักส่วนเกินอยู่ 280 kg/m2

ดังนั้น จึงมีความจำเป็นต้องถ่ายน้ำหนักส่วนเกินลงไปที่พื้นชั้นที่ 2 ด้วย ดูรูปด้านล่างประกอบ ถ้าพื้นชั้นที่ 2 รับน้ำหนักได้เท่ากับพื้นชั้นที่ 3 และอายุคอนกรีตมากกว่า 28 วันแล้ว จึงสามารถรับน้ำหนักได้เต็มที่คือ 600 kg/m2

ข้อพิจารณาพิเศษ

1. ในการทำพื้น Post tension ชั้น 1 ที่มี Lean concrete เป็นแบบ จะต้องระวังการทรุดตัวหรือกการไหลออกด้านข้างของดินใต้ Lean concrete ด้วย ดังนั้นจึงควรบดอัดให้แน่น
2. ในการเทพื้น post tension ชั้นสอง แล้วมีพื้นชั้นหนึ่งด้านล่างเพียงชั้นเดียว พื้นชั้นที่หนึ่งเพียงชั้นเดียวจะต้องสามารถรับน้ำหนักของพื้นชั้นสองตอนที่ยังไม่ได้ดึงลวดรวมกับน้ำหนักบรรทุกจรที่เกิดขึ้นระหว่างการก่อสร้างได้
3. ในระบบพื้นที่มี span ยาวมากจนต้องใช้ Band beam ที่มีความลึก นั่งร้านและพื้นชั้นล่างจะต้องสามารถน้ำหนักของ Band beam นั้นได้อย่างเพียงพอ การค้ำยันกลับอาจจะต้องค้ำยันลงไปมากกว่า 1 ชั้น





เอกสารอ้างอิง

1. ACI 347-04; “GUIDE TO FORMWORK FOR CONCRETE”
2. ASCE 37-02; “DESIGN LOADS ON STRUCTURES DURING CONSTRUCTION”
3. อ.เสริมพันธ์ เอี่ยมจะบก; “การออกแบบนั่งร้าน”

เรียบเรียงโดย

ภาคภูมิ วานิชกมลนันท์ [วย. 1924]